“วิกฤตภัยแล้ง” จากผู้รับรู้ กลายเป็นผู้สัมผัส ด้วยการลงพื้นที่กับสิงห์อาสา

ทันทีที่น้อง ๆ นักศึกษาเครือข่ายสิงห์อาสาลงจากรถ สิ่งที่สัมผัสได้คือ ภัยแล้งน่ากลัวกว่าที่เห็นจากในข่าวตามโซเชียล เพราะสิ่งที่ได้เห็นระหว่างเดินทางมา ณ หมู่บ้าน  บ้านโคกแปะ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม คือสภาพความแห้งแล้งตลอดสองข้างทางนับสิบกิโลเมตร ยังโชคดีที่ก่อนหน้าที่ทีมสิงห์อาสาจะเดินทางมาถึงไม่กี่วันมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทางภาคอีสานตอนบน ซึ่งในอำเภอวาปีปทุมก็ได้รับอานิสงส์จากฝนกลุ่มนี้เช่นกัน ซึ่งมันก็ช่วยได้เพียงแค่ทำให้หน้าดินพอมีความชุ่มชื้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเติมน้ำให้กับบ่อน้ำที่ชาวบ้านได้ขุดใว้ เพื่อเก็บกักน้ำใว้ใช้อุปโภคบริโภคในช่วงวิกฤตเช่นนี้

“มาช่วยเรื่องภัยแล้งที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่ทราบมาก่อนว่าที่นี่แล้งมาก พอมาเห็น ชาวบ้านเดือนร้อนจริง ๆ ต้องช่วยเหลือเพราะน้ำอุปโภคบริโภคไม่มี” น้องบอย – วิทยา โคตรนรินทร์ คณะวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นี่คือความรู้สึกกับสิ่งที่บอยเห็นถึงปัญหาภัยแล้งตรงหน้า ซึ่งมันรุนแรงกว่าที่คิด ชาวบ้านที่นี่ต้องอยู่กับภัยแล้งมานานหลายเดือน พวกเขาขาดรายได้เพราะไม่สามารถทำการเกษตรได้ วัวควายก็กำลังจะล้มตายเพราะขาดน้ำ  หลังจากที่ได้เดินสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ในหมู่บ้าน จึงเข้าใจว่าสิ่งที่รับรู้จากข่าว กับสิ่งที่เห็นจากการลงพื้นที่มันต่างกันโดยสิ้นเชิง

“ได้มาร่วมจิตอาสาที่นี่ เป็นกิจกรรมภัยแล้งครั้งแรก ถามชาวบ้านว่าแล้งไหม แล้งมาก แล้งจนไม่มีน้ำดื่ม ของกินขาดแคลน แล้งจนเป็นอุปสรรคของการทำนา เพราะไม่มีน้ำ” น้องเอ – กชกร บุรพวง นักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

การเดินทางมากับสิงห์อาสา ในการช่วยแจกน้ำให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้มาสัมผัสถึงความน่ากลัวของภัยแล้ง ได้เห็นความยากลำบากในการใช้ชีวิตของชาวบ้านที่นี่ ที่หลายบ้านแทบจะไม่มีแม้น้ำที่จะดื่ม ถือเป็นสิ่งเตือนใจให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของน้ำมากขึ้น

สัมผัสสายตาแห่งความหวัง ความสุขที่ได้ช่วยเหลือ

ชาวบ้านนับร้อยเริ่มมีความหวังอีกครั้ง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มหลังจากที่เห็นคาราวานรถบรรทุกน้ำของสิงห์อาสา มาจอดในบริเวณหมู่บ้าน เห็นกลุ่มน้อง ๆ นักศึกษาและทีมงานต่างร่วมมือร่วมใจกัน เตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านมารับน้ำไปไว้บริโภคในครัวเรือน

“มีความสุขที่ได้มาร่วมจิตอาสา แจกของ แจกน้ำ ดีใจแทนชาวบ้านที่มีคนเข้ามาช่วยเหลือ เป็นความเหนื่อยที่มีความสุข

ความรู้สึกของ น้องเอ ที่ได้มาช่วยแจกน้ำให้ชาวบ้าน ซึ่งเชื่อว่าจิตอาสาทุกคนก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่เดือนร้อน โดยคาราวานสิงห์อาสาในครั้งนี้ ได้ขนน้ำสะอาดกว่า 20,000 ลิตร และ ธนาคารน้ำสิงห์ ซึ่งเป็นแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ที่มีความจุ 2,000 ลิตร จำนวน 4 แท็งก์ เพื่อนำมาติดตั้งในพื้นที่ส่วนกลาง ให้ชาวบ้านได้มีน้ำกินน้ำใช้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งถือเป็นกำลังใจให้ชาวบ้านให้สู้กับภัยแล้งต่อไป

ประสบการณ์ในวันนี้ นำไปสู่การแก้ปัญหาและพัฒนาในอนาคต

ปัญหาหลักที่ชาวบ้านที่นี่ต้องพบเจอ นั่นคือ ฝนไม่ตกมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน บ่อน้ำส่วนกลางของหมู่บ้าน ไม่มีน้ำตั้งแต่เดือนเมษายน ชาวบ้านไม่สามารถทำนาได้เพราะน้ำไม่เพียงพอ มิหนำซ้ำต้องซื้อน้ำจากข้างนอกเพื่อใว้ใช้บริโภค ยังนับรวมถึงปัญหาอื่น ๆ ที่ตามมา อย่างเช่น ปัญหาหนี้สินของชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการทำนา และปัญหาสุขภาพจากการบริโภคน้ำที่ไม่สะอาด ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นผลพวงจากภัยแล้งทั้งสิ้น

“ประทับใจในการมาแจกน้ำ เพราะกำลังทรัพย์ของชาวบ้านบางคนแทบไม่มีเงินซื้อน้ำเลย การทำเพื่อส่วนร่วม กิจกรรมบางอย่างของสิงห์อาสา สามารถนำประสบการณ์เหล่านี้กลับไปปรับใช้ในการเรียน และในชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว”

การที่ได้มาลงพื้นที่แบบนี้ ทำให้น้องบอย ได้เรียนรู้และสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ชาวบ้านกำลังประสบอยู่ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดการเรียนของเขา เพื่อที่วันหนึ่ง เขาอาจกลับมาช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ก็เป็นได้

จากแค่สงสัย กลับกลายมาเป็นครอบครัวสิงห์อาสา

“ผมเคยไปเข้าค่ายร่วมกิจกรรมกับชมรมที่ม. ของแก่น แล้วเจอรุ่นพี่คนหนึ่งใส่เสื้อสีเหลือง จึงถามรุ่นพี่ว่าเสื้อตัวนี้ได้มายังไง เพราะเห็นว่าเสื้อสวยจัง รุ่นพี่ก็แนะนำว่ากว่าจะได้มามันมีที่มาที่ไปนะ ไปทำจิตอาสา ช่วยเหลือน้ำท่วม บริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ก็ยังมองภาพไม่ออกมาต้องทำยังไง” บอยเล่าถึงความเป็นมาเป็นไปก่อนที่จะมาร่วมเป็นเครือข่ายสิงห์อาสา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่เขาจะได้ครอบครองเสื้อสีเหลืองตัวนั้นตามรอยรุ่นพี่

“เมื่อสองปีที่แล้ว ได้ไปค่ายสิงห์อาสาที่เชียงราย ไปทาสีโรงเรียน ตอนแรก ๆ ไม่คิดอะไรไปค่ายสนุก ๆ ไปทาสี ไปช่วยซ่อมแซมโรงเรียน ระหว่างอยู่ที่นั้นรู้สึกว่าได้ทำเพื่อสังคมแล้วมีความสุขจัง ก็เลยมีความรู้สึกว่าอยากทำต่อ ล่าสุดไปบริจาคน้ำที่เขื่อนของลาวแตก ไปยกน้ำช่วยที่ค่ายสีพัชรินทร์ หลังจากนั้นก็ไปค่ายสิงห์อาสาเรื่อย ๆ มา”

ความสุขจากการได้ออกไปช่วยเหลือคนที่กำลังเดือนร้อนในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน หรือแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านที่ประสบภัยจากธรรมชาติ คือเสน่ห์ของสิงห์อาสา ซึ่งเป็นสิ่งที่บอยสัมผัสได้เมื่อเขาได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวแห่งนี้

สิ่งที่ได้รับ นอกเหนือจากมาช่วยสังคมกับสิงห์อาสา

“การเข้ามาในสิงห์อาสา สามารถนำกลับมาใช้ในชีวิตการเรียน ในการทำกิจกรรมจิตอาสา เรียนครุศาสตร์ เป็นทุนที่เรานำไปต่อยอดในการที่จะเป็นครูในอนาคต ได้เจอเพื่อน ๆ ได้เพื่อน มากมายในการเข้าร่วมจิตอาสาประทับใจที่สุด คือ การให้ ทั้งในเรื่องน้ำท่วม ภัยแล้ง รวมนักศึกษาหลาย ๆ ที่มาร่วมกันทำจิตอาสา ทำให้คนที่เป็นจิตอาสาได้เรียนรู้ และทำกิจกรรมร่วมกัน”

องค์ความรู้ที่จะนำไปต่อยอดกับสิ่งที่เรียน และมิตรภาพที่ดี คือสิ่งที่ น้องเอ ได้รับ จากการมาร่วมกิจกรรมกับสิงห์อาสา ซึ่งในทุกกิจกรรมที่สิงห์อาสาออกไปช่วยเหลือสังคมจะเปรียบเสมือนหนึ่งบทเรียนที่เหล่าน้อง ๆ จะสามารถศึกษาเรียนรู้และนำไปต่อยอดกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเรียนอยู่ และที่สำคัญยังได้พบกับมิตรภาพดี ๆ จากเพื่อน ๆ เครือข่ายนักศึกษาต่างสถาบันที่มาร่วมอีกด้วย

Related Posts