ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง

ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ

สังคมอย่างต่อเนื่อง

ด้วยปณิธานของพระยาภิรมย์ภักดี

“บุญรอด เศรษฐบุตร” ผู้ก่อตั้ง บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จํากัด ที่ให้ความสำคัญต่องานด้านอาสาสมัครมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมส่งต่อปณิธานถึงคณะผู้บริหารรุ่นต่อๆ มาได้ดำเนินงานด้านอาสาสมัครอย่างต่อเนื่องช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ จนนำมาสู่การก่อตั้งมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีและเป็นจุดเริ่มต้นของ “สิงห์อาสา” ในปี 2554 ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครดูแลสังคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

“บุญรอด เศรษฐบุตร” ผู้ก่อตั้ง บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จํากัด ที่ให้ความสำคัญต่องานด้านอาสาสมัครมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมส่งต่อปณิธานถึงคณะผู้บริหารรุ่นต่อๆ มาได้ดำเนินงานด้านอาสาสมัครอย่างต่อเนื่องช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ จนนำมาสู่การก่อตั้งมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีและเป็นจุดเริ่มต้นของ “สิงห์อาสา” ในปี 2554 ซึ่งเป็นเครือข่ายอาสาสมัครดูแลสังคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

Changing the World
by
Our Hands.

20K+

กิจกรรมอาสาทั่วโลก

3K+

ภารกิจสิงห์อาสา

656

เครือข่ายพันธมิตร

12

ปีแห่งการดำเนินภารกิจ

ประเภทกิจกรรม
Sustainability Development Goals
สิงห์อาสาโดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีและบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่องประกอบกับเรามีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในการทำงานในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติทางด้านสังคม, เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมไทยต่อไปในอนาคต
Disaster Relief and Rehabilitation
สิงห์อาสามีภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุภัยพิบัติทั่วประเทศ และพร้อมเข้าถึงพื้นที่ประสบเหตุภายใน 24 ชั่วโมง
Networks and Alliances
ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย มูลนิธิ และชมรมร้านอาหารต่างๆ รวมกว่า 656 แห่งทั่วประเทศที่พกพาหัวใจซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตอาสามาร่วมกันทำกิจกรรมอาสาสมัคร ขึ้นเหนือล่องใต้ เดินทางไปช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ทำกิจกรรมอาสาเพื่อพัฒนาชุมชน ทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน รวมไปถึงกิจกรรมพัฒนาตนเอง
Job Creation
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ประกาศนโยบายเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ ผ่านโครงการจ้างงาน สร้างรายได้ ผ่านการร่วมเป็นอาสาสมัครดูแลท้องถิ่นตนเอง ทั้งไฟป่า, ภัยแล้งและน้ำท่วม รวม 37 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมถึงโครงการสิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ กลุ่มทักษะทางด้านอาหาร เพื่อช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดที่ผ่านมา
การดำเนินงานด้านจิตอาสาของพระยาภิรมณ์ภักดี

เนื่องด้วยเจตนารมย์ที่ต้องการช่วยเหลืองานต่างๆ ที่เป็น ประโยชน์ต่อส่วนรวมของพระยาภิรมย์ภักดี จึงได้เข้าไปมีบทบาทในการอำนวยความสะดวก บรรเทาความยากลำบากของผู้คนผ่านงานด้านจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง สมัยที่ท่านทำธุรกิจเรือเมล์ข้ามฟาก เมื่อปี พ.ศ.2453 ปีที่พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต นำความโศกเศร้ามายังประชาชนทั่วผืนแผ่นดิน

พสกนิกรจำนวนมากตั้งใจเดินทางไปถวายบังคมพระบรมศพ แต่การสัญจรในช่วงเวลานั้นค่อนข้างยากลำบาก พระยาภิรมย์ภักดีจึงได้นำเรือเมล์ฟรีออกบริการรับส่งประชาชนในการสัญจรข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำเพื่อไปถวายบังคมพระบรมศพพระพุทธเจ้าหลวง บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทและบริเวณท้องสนามหลวง

ริเริ่มโครงการนักดับเพลิงอาสาสมัครรวบรวมจิตอาสาทั้งจากกลุ่มพนักงานและชาวบ้านนำเรือเมล์ที่มีอยู่ติดเครื่องสูบน้ำออกตระเวนดับเพลิงไหม้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ เนื่องด้วยสมัยนั้นบ้านเรือนในเมืองไทยยังใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก ถนนหนทางยังไม่มี ทำให้การเดินทางต่างๆ เข้าไปยังบ้านเรือนในกรณีที่เกิดเหตุอัคคีภัยล่าช้า

เหตุอัคคีภัยล่าช้าและสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก ต่อมาในปี พ.ศ.2468 พระยาภิรมย์ภักดีได้เริ่มมอบเงินสนับสนุนให้แก่ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัยของไทย และยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

จากปณิธานผู้ก่อตั้ง สู่การดำเนินกิจกรรม ผ่านมูลนิธิฯ
หลังจากก่อตั้ง บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ในปี 2476 ปณิธานและแนวคิดของพระยาภิรมย์ภักดี ยังคงได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่องผ่านการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบ จนกระทั่งปี พ.ศ.2518 คณะผู้บริหารบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ในขณะนั้นได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีเพื่อสืบสานเจตนารมย์ของพระยาภิรมย์ภักดีในการดูแลสังคมให้คงอยู่ และสร้างจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมดูแลรับผิดชอบสังคมให้อยู่คู่กับ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด โดยมีการดำเนินงานหลากหลายกิจกรรมเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาสังคม ทั้งด้านการศึกษาสุขภาพ อนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือสังคม

มอบทุนการศึกษา

เพราะเชื่อว่าศักยภาพของคนคือรากฐานที่สำคัญของสังคม การให้โอกาสทางการศึกษาคือ “เส้นทางสำคัญสู่การสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพอันเป็นอนาคตของชาติ” จึงได้มอบทุนการศึกษาให้แก่ นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ใน 22 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นทุนต่อเนื่อง 4 ปีจนจบการศึกษา เป็นทุนแบบให้เปล่า ไม่ต้องใช้ทุนคืน ตอกย้ำเจตนารมณ์แห่งการให้ ซึ่งเป็นรากฐานในการตอบแทนสังคม โดยมอบต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 จนถึงปัจจุบันภายใต้ “ทุนบุญรอด พัฒนานิสิต นักศึกษา”

จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และมอบเสื้อกันหนาวในถิ่นทุรกันดาร

ปัญหาด้านสาธารณสุขนับเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่งของประชาชนในถิ่นทุรกันดารโดยเฉพาะชาวบ้านบนดอยในแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ขาดแคลน ทั้งโอกาสในการเข้าถึงการแพทย์และเครื่องนุ่งห่มที่เพียงพอต่อการเผชิญภัยหนาว นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่โดยมี นายแพทย์ อนันต์ สุวัฒนวิโรจน์ คุณหมอท่านแรกของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้เริ่มไปให้การรักษาพยาบาลกับชาวบ้านในพื้นที่ชนบทและขาดแคลนโดยเป็นการรักษาและให้ความรู้ด้านสุขอนามัย เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในจังหวัดเชียงรายและยังคงดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกปีปัจจุบันมีแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ที่สละเวลาเพื่อออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ นอกจากนี้ยังมีการมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับชาวบ้านที่ขาดแคลนปีละหลายหมื่นผืนต่อยอดสู่การมอบเสื้อกันหนาวซึ่งมีประโยชน์มากกว่าในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวัน บรรเทาภัยหนาวได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน

โครงการทุนอาหารกลางวัน

ด้วยความมุ่งหวังให้เด็กๆ ในพื้นที่ทุรกันดารมีความกินดีอยู่ดี มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ได้จัดตั้ง “โครงการทุนอาหารกลางวันเพื่อโรงเรียนภาคเหนือ” เพื่อช่วยเหลือโรงเรียน ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และอาหารกลางวัน ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่าน ปัจจุบันดำเนินการมอบทุนอย่างต่อเนื่องมาแล้วถึง 37 ปี นอกเหนือจากนี้ความพิเศษ ของโครงการไม่ใช่แค่การมอบเงินก้อนหนึ่งให้โรงเรียนนำไปซื้ออาหารให้เด็กๆ เราได้ ขยายผลสู่การให้ที่ยั่งยืน ปรับใช้ร่วมกับโครงการ “100 โรงเรียนเกษตรพอเพียง” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้โรงเรียนมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้วยการนำหลัก เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้จนสามารถสร้างโครงการอาหารกลางวันที่ยั่งยืนได้ ด้วยเงินเพียง 30,000 บาท

จุดเริ่มต้นสู่เครือข่าย

“สิงห์อาสา”

ปี พ.ศ.2554 เกิดมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 70 ปี ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนกว่า 12.7 ล้านคนใน 65 จังหวัดทั่วประเทศ บ้านเรือนต่างๆ โรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่เกษตรกรรมจมอยู่ใต้น้ำ เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยไม่สามารถเข้าถึงอาหารและน้ำดื่ม

ในเวลานั้นเองทีมงานสิงห์อาสาได้นำน้ำดื่ม ข้าวสาร และอาหาร ปรุงสุกไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ทั้งผ่านการลงพื้นที่โดยตรงและการกระจายความช่วยเหลือผ่านเครือข่าย รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ น้ำดื่มที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ในขณะนั้นได้รับการนำส่งไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยมากกว่าส่งไปจำหน่ายตามปกติ พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้อพยพทำให้ “สิงห์อาสา” เป็นที่รู้จักของประชาชนในวงกว้าง

"ไปนำรอยยิ้มของทุกคนกลับมา"

สันติ ภิรมย์ภักดี

ประธานกรรมการบริหาร

บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด

การลงพื้นที่ของทีมสิงห์อาสาครั้งดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของคุณสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด ในขณะนั้นที่มอบภารกิจสำคัญให้ทีม “สิงห์อาสา” ภายใต้มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีออกไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ต้องห่วงยอดขาย ไม่ต้องคิดถึงมูลค่าการช่วยเหลือสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ให้ทีมสิงห์อาสา “ไปนำรอยยิ้มของทุกคนกลับมา”

น้ำดื่ม 22,000,000 ขวด
อาหารกล่อง 1,200,000 กล่อง
ข้าวสาร 357 ตัน

ด้วยความมุ่งมั่นของทีมสิงห์อาสาจึงได้ลงพื้นที่มอบความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เพื่อคืนรอยยิ้มให้แก่ผู้คน โดยได้มอบน้ำดื่ม 22 ล้านขวด อาหารกล่อง 1.2 ล้านกล่องและข้าวสาร 357 ตัน ผ่านความร่วมมือของชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีอยู่ในทุกจังหวัด บรรเทาผลกระทบแก่ผู้ประสบภัย และส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงทุกคน เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายเครือข่ายสิงห์อาสาจนครอบคลุมระดับประเทศและระดับนานาชาติ และยังคงเดินหน้าช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการที่หลากหลายที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมจนถึงปัจจุบัน

เติบโตอย่างต่อเนื่อง
สู่เครือข่ายอาสาที่ใหญ่ที่สุด

เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาทั่วประเทศ
เครือข่ายนักศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญในการนำความช่วยเหลือไปสู่พี่น้องผู้ประสบภัยในหลากหลายเหตุการณ์ทั่วประเทศ สิงห์อาสาได้ปลูกจิตสำนึกให้กับเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ผ่านกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเพื่อให้นักศึกษาเหล่านี้เป็นพลังนักศึกษาที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มที่ ปัจจุบันเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสามีสมาชิกจากนิสิตและนักศึกษาครอบคลุมทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันอาชีวศึกษา รวมกว่า 190 สถาบันทั่วประเทศ
เครือข่ายกู้ภัยและหน่วยงานภาครัฐ
เครือข่ายนักศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญในการนำความช่วยเหลือ เครือข่ายอาสาสมัครกู้ภัยเป็นกลุ่มจิตอาสาที่มีความพร้อมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ กระจายในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สิงห์อาสาจึงได้ขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มดังกล่าวให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายสิงห์อาสาเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในจังหวัดที่ตนดูแลอยู่ รวมถึงประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลในพื้นที่ อาทิ หน่วยงานราชการภายในจังหวัดต่างๆ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภัย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฯลฯ เพื่อให้สามารถลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยในปัจจุบันมีอาสาสมัครกู้ภัยที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายสิงห์อาสาแล้วกว่า 62 หน่วยทั่วประเทศ
เครือข่ายสิงห์อาสานานาชาติ (World Citizen)
เครือข่ายนักศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญในการนำความช่วยเหลือ ในปี 2559 เครือข่ายสิงห์อาสาได้ขยายเครือข่ายสู่นักศึกษานานาชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เข้ามาศึกษาอยู่ในประเทศไทย โดยในแต่ละปีจะมีจำนวนนักศึกษาจากหลายเชื้อชาติทั่วโลกเข้ามากว่า 3,000 คนต่อปี นอกจากนี้ยังมีจิตอาสาชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย หรือกลุ่ม Expat อีกกว่า 400 คนจาก 18 ประเทศ ซึ่งคนที่เข้าร่วมกิจกรรมสิงห์อาสาจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านการทำงานจิตอาสาเช่น การไปสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนและชุมชนในถิ่นทุรกันดาร และเมื่อคนกลุ่มนี้กลับไปยังประเทศตนเองจะนำจิตอาสากลับไปพัฒนาบ้านเกิด และสามารถประสานความร่วมมือกลับมายังสิงห์อาสาเพื่อนำความช่วยเหลือจากประเทศไทยสู่ประเทศตัวเองได้อีกด้วย ตามแนวคิด “World Citizen” มองโลกทั้งใบเป็นโลกใบเดียวกัน ไม่แบ่งแยกพรมแดน
กว่า 10 ปี สิงห์อาสากว่า 3,000 ภารกิจ

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีของสิงห์อาสา มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องกว่า 3,000 ภารกิจ ทั้งการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยประเภทต่างๆ อาทิ ภัยแล้ง ภัยหนาว อุทกภัย วาตภัย อย่างเร่งด่วน ตลอดจนการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ พัฒนาสังคม ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนด้วยจุดมุ่งหมานในการบรรเทาทุกข์และมอบรอยยิ้มให้แก่ผู้คนในสังคม

สานต่อหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และมอบไออุ่นในถิ่นทุรกันดาร

หนึ่งในภารกิจตั้งต้นของเครือข่ายสิงห์อาสาที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีคือ ภารกิจการลงพื้นที่ของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และการบรรเทาภัยหนาวให้แก่ผู้คนในถิ่นทุรกันดาร ในปี พ.ศ.2530 หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของมูลนิธินำโดย นายแพทย์อนันต์ สุวัฒนวิโรจน์ หมออาสาคนแรกของมูลนิธิได้เริ่มตระเวนลงพื้นที่ให้การรักษาชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลพร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านสุขภาพ มีทีมแพทย์แขนงต่างๆ เข้าร่วมกับทีมหน่วยแพทย์ของมูลนิธิอย่างต่อเนื่องด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการสร้างประโยชน์ให้ชุมชนและประเทศชาติ ด้วยความสามารถและแรงกายโดยไม่ได้มุ่งเน้นแค่การรักษาแต่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อให้ชาวบ้านสามารถป้องกันโรคภัยต่างๆ ด้วยตัวเอง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 มูลนิธิได้เริ่มต้นแจกผ้าห่มกันหนาวให้แก่ประชาชนที่ขัดสนในพื้นที่ ใกล้เคียงไร่บุญรอด จ.เชียงราย สิ่งที่พบคือผ้าห่มไม่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ที่ผู้คนยังต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ประชาชนจะยังประสบภัยหนาวเหมือนเดิมด้วย แนวคิดที่ต้องการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่และยั่งยืน จึงได้ปรับเปลี่ยนจากผ้าห่ม มาสู่เสื้อกันหนาวที่ผลิตจากเส้นใยสั่งทอพิเศษ มีคอเสื้อแบบคอเต่าเพื่อให้สามารถใช้บรรเทา ภัยหนาวได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ดำเนินชีวิตได้สะดวกขึ้น

ปัจจุบันทั้งมูลนิธิและเครือข่ายสิงห์อาสาได้ลงพื้นที่มอบความอบอุ่นด้วยเสื้อกันหนาว ให้แก่ผู้ประสบภัยหนาว ขยายการดูแลไปยังพื้นที่ต่างๆควบคู่กับการมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ขยายความร่วมมือไปยังเครือข่ายคณะแพทยศาสตร์ของสถาบันต่างๆ ร่วมลงพื้นที่ตรวจ สุขภาพและรักษาพยาบาล ชาวบ้านที่เจ็บป่วยแต่ขาดโอกาสการเข้าถึงการรักษาจำนวนมาก รวมระยะเวลาต่อเนื่องนานกว่า 33 ปี จนนายแพทย์อนันต์และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ได้รับคำเรียกติดปากจากชาวบ้านว่า “หมอบุญรอด”

ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ปัญหาอุทกภัยนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในหลากหลายพื้นที่ หลายครั้งเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบฉับพลัน ไม่สามารถเตรียมตัวป้องกันล่วงหน้าได้ทันส่งผลให้เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด บ้านเรือนจมอยู่ใต้น้ำ มีผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนขาดแคลนอาหารและน้ำสะอาดสำหรับการบริโภคนับพันนับหมื่นครัวเรือนต่อครั้ง

ทีมงานสิงห์อาสาจึงได้ดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน หลากหลายรูปแบบ อาทิ การลงพื้นที่ให้ความ ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ฝ่าน้ำท่วมเข้าไปมอบน้ำดื่มสะอาด ข้าวสารและอาหารปรุงสุกให้ผู้ประสบภัยยังดำรงชีวิตได้ภายใต้สถานการณ์วิกฤติ

โดยในบางเหตุการณ์ได้มีการให้ความช่วยเหลือทั้งผู้ประสบภัยควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมต่อเนื่องหลายวันที่ภาคใต้
คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ได้ริเริ่มโครงการข้าวชาวนาช่วยชาวใต้ รับซื้อข้าวจากเกษตรกรในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชาวนาที่ปลูกข้าว ขณะเดียวกันก็นำข้าวไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการเชิงฟื้นฟู เข้าไปช่วยทำความสะอาดสถานที่ที่ได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัยให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิต อย่างปกติได้โดยเร็ว การดำเนินการเชิงป้องกันจัดโครงการสิงห์อาสาสู้น้ำท่วมในทุกปีโดยนำเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและชาวบ้านในพื้นที่ลงพื้นที่กำจัดผักตบชวาและขยะตามคูคลองต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำไหลอันเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของน้ำท่วมป้องกันภัยจากต้นเหตุ และนำผักตบชวาไปผลิตเป็นสินค้าจักสานสร้างรายได้คืนสู่ชุมชน เช่น การนำ เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาจาก 6 สถาบันการศึกษาภาคกลางลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แข่งขันกับทีมชุมชนในการกำจัดผักตบชวาในคลองพระยาบันลือไม่ให้กีดขวางทางน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และนำผักตบชวาดังกล่าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ กระเป๋า เฟอร์นิเจอร์และโคมไฟ

สิงห์อาสาผนึกกำลังหน่วยซีล จัดหลักสูตรเข้มข้น"กู้ภัยทางน้ำ”

นอกจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สิงห์อาสายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยทางน้ำเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้น สิงห์อาสาร่วมกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือกองเรือยุทธการ (SEAL) จัดอบรมหลักสูตร “กู้ภัยทางน้ำ” ซึ่งเป็นการอบรมประจำทุกปีให้แก่บรรดาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ ความสามารถของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติและ อุบัติเหตุทางน้ำ

โครงการ 100 โรงเรียน

เกษตรพอเพียง

ปัญหานักเรียนและโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารขาดแคลนทุนทรัพย์และอาหารกลางวันถือเป็นหนึ่งในปัญหา สำคัญสู่การเติบโตของอนาคตของชาติ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และสิงห์อาสา ได้ลงพื้นที่มอบทุน อาหารกลางวันเพื่อบรรเทาปัญหาระยะสั้นให้แก่เด็กๆ และโรงเรียน ขณะเดียวกันยังได้น้อมนำหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแนวทางสร้างความ กินดี อยู่ดี ให้นักเรียนในแต่ละโรงเรียนด้วยเงินตั้งต้น 30,000 บาทต่อโรงเรียน โดยในการดำเนิน กิจกรรมสิงห์อาสาได้ร่วมกับเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาและปราชญ์ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นทีมงานลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนในโครงการฯ เพื่อก่อสร้างโรงเลี้ยงไก่ไข่ ทำแปลงเกษตร สร้างโรงเพาะเห็ดและทำบ่อเลี้ยงปลาดุก

ผลผลิตที่ได้จากโครงการนี้นักเรียนสามารถนำไปเลี้ยงชีพ เกิดการเรียนรู้ สามารถพึ่งพาตนเองได้และพัฒนาไปสู่การนำผลผลิตที่เหลือไปวางจำหน่าย สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว โดยทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้วมากกว่า 100 โรงเรียนทั่วประเทศไทย จากความสำเร็จในการช่วยเหลือโรงเรียนอย่างยั่งยืน ทำให้โครงการ 100 โรงเรียนเกษตรพอเพียงได้รับรางวัล “Asia Responsible Entrepreneurship Awards” (AREA) สาขา การเสริมสร้างพลังทางสังคม (Social Empowerment) ครั้งที่ 7 ประจำปี 2017 จากองค์กรเอ็นเตอร์ไพรส์ เอเชีย (Enterprise Asia)

พลังนักศึกษาพลิกฟื้นแผ่นดินอีสาน

ไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ไม่มีน้ำสำหรับการทำเกษตรกรรม ไม่มีรายได้ ทั้งหมดล้วนเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาทันทีเมื่อ
เกิดวิกฤตการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สิงห์อาสาจึงได้ดำเนินโครงการหลากหลายรูปแบบเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ อาทิ การให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ร่วมกับบริษัทในเครือบุญรอดฯ อาทิ โรงงานขอนแก่นบริวเวอรี่, โรงงานมหาสารคามเบเวเรซ และเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงพื้นที่แจกจ่ายน้ำดื่มให้แก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน

การสร้างเครื่องมือบรรเทาปัญหาอย่างยั่งยืนร่วมสร้างท่อประปาลำเลียงน้ำจากภูเขาลงมายังหมู่บ้านในพื้นที่ อ.สังขละ จ.สุรินทร์ การติดตั้ง “ธนาคารน้ำสิงห์” เป็นแทงค์น้ำขนาด 200 ลิตร จำนวน 4 แทงค์ ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านโคกแปะ และหมู่บ้านบูรพาพัฒนา ต.โคกสีทองหลาง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ได้ใช้อุปโภคบริโภคคืนรอยยิ้มสู่ชาวบ้าน

แผ่นดินไหวเชียงรายกับความช่วยเหลือจากสิงห์อาสา

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงราย เมื่อ 5 พ.ค.2557 นับเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดของไทย ด้วยขนาดถึง 6.3 ริกเตอร์ ความลึก 7 กิโลเมตร ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อคอีกกว่า 2,000 ครั้ง ภัยพิบัติที่ไม่คาดฝันดังกล่าวสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนเกือบ 17,000 หลัง อาคารเรียน ศาสนสถาน ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนทั่วทั้งจังหวัดเชียงราย สิงห์อาสาพร้อมด้วยเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสา สิงห์อาชีวะอาสา จึงได้ร่วมกันลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ชำรุดเสียหายให้สามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ปฎิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีและชาวบ้านจิตอาสา ณ ถ้ำหลวง จ.เชียงราย

เหตุการณ์โค้ชและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คน หายเข้าไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทุกภาคส่วนทั้งไทยและต่างประเทศร่วมแรงร่วมใจเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ระหว่างปฏิบัติการกู้ภัยตลอด 18 วัน เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาได้นำน้ำดื่มและอาหารเข้าไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสามารถนำทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัยได้

หลังจากนั้นสิงห์อาสายังได้จับมือกับปราชญ์ชาวบ้านเชียงรายและเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาในพื้นที่ ดำเนินโครงการ “ต้นกล้านารับน้ำ” ร่วมดำนาทดแทนต้นกล้าเดิมที่เสียหายจากความเสียสละของชาวนาในการเป็นพื้นที่รับน้ำจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีอย่างราบรื่น และมากไปกว่านั้นหลังจากชาวนากลุ่มดังกล่าวได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วนั้น ทางกลุ่มสิงห์อาสายังได้ช่วยนำข้าวดังกล่าวไปขายภายใต้ชื่อ “ข้าวนารับน้ำ 13 หมูป่า”เพื่อนำรายได้กลับมาตอบแทนน้ำใจเกษตรกรฮีโร่ผู้เสียสละเป็นพื้นที่รับน้ำ

น้ำประปาคือชีวิต

ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาจึงทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี ไม่มีโอกาสเข้าถึงระบบน้ำประปาสะอาด ต้องใช้แหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษมานาน ในปี 2557 สิงห์อาสาและเครือข่ายนักศึกษามากกว่า 20 สถาบัน จึงได้ร่วมกันลงพื้นที่สร้างระบบประปาภูเขาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านทำให้ชาวบ้านคลิตี้ล่างมีโอกาสเข้าถึงน้ำประปาสะอาดเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีและไม่ต้องทนใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนสารพิษอีกต่อไป

ฟื้นฟูสะพานฮาแหลจะคืนชีวิต ให้ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำกก

สะพานฮาแหล่จะถือเป็นสะพานแห่งชีวิตที่ช่วยร่นระยะการสัญจรกว่า 10 กิโลเมตร ให้แก่นักเรียนชาวกะเหรี่ยงในการเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนผาขวางวิทยา หมู่บ้านแคว้วดำ ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากของแม่น้ำกกและยังเป็นเส้นทางขนส่งพืชผลทางการเกษตรของชุมชนชาวกะเหรี่ยงสองฝั่งแม่น้ำ การชำรุดของสะพานส่งผลให้นักเรียนไม่สามารถเดินทางไปเรียนได้และส่งผลให้โรงเรียนที่ไม่มีผู้เรียนอาจต้องปิดตัวลง การขนส่งพืชผลทางการเกษตรระหว่าง 2 ฝั่งแม่น้ำต้องหยุดชะงัก สิงห์อาสาและเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาจาก 4 สถาบันในภาคเหนือจึงได้เดินทางไปดำเนินภารกิจซ่อมสะพานแขวนฮาแหล่จะนำท่อนไม้ใหม่มาซ่อม สะพานให้เกิดความแข็งแรงเพื่อช่วยให้ทั้งนักเรียนและเกษตรกรกลับมาใช้สะพานแห่งชีวิตสัญจรไปมาระหว่าง 2 ฝั่งแม่น้ำได้อีกครั้ง

พันธมิตรทั่วโลกของสิงห์อาสา

ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทยที่สิงห์อาสาได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมดูแล
ทุกข์สุข หรือสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องประชาชน แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมามี เหตุการณ์ที่เราได้มีโอกาสออกไปทำกิจกรรมในประเทศต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผ่านพันธมิตรของสิงห์อาสาทั่วโลก

สิงห์อาสาร่วมกับ AIESEC Thailand ก่อตั้งโครงการ World's Citizen เริ่มภารกิจแรกที่ฮ่องกง

สิงห์อาสาร่วมกับ AIESEC Thailand ซึ่งเป็นองค์กรเยาวชนที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับเยาวชนในการพัฒนาความเป็นผู้นำเพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำที่โลกต้องการที่ดำเนินการโดยนักศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีประเทศสมาชิกกว่า 120 ประเทศทั่วโลกทำโครงการ World’s Citizen โดยการเดินทางไปที่เขตปกครองพื้นที่พิเศษฮ่องกงเพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักศึกษา AIESEC Hong Kong มาทำกิจกรรมอาสาสมัครในประเทศไทย
นอกเหนือจากภารกิจดังกล่าว สิงห์อาสาและเครือข่ายสิงห์อาสา นานาชาติยังร่วมกับนักศึกษาฮ่องกงจาก
The Chinese University of Hong Kong ร่วมกันลงพื้นที่ชายหาด Tolo Harbor
เพื่อช่วยกันทำความสะอาดชายหาดด้วย

ส่งต่อความอบอุ่นประเทศเพื่อนบ้าน

ในหลายๆครั้งที่เกิดเหตุภัยหนาวและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในถิ่นทุรกันดารในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จีน ลาว เมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา นักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนในประเทศไทยและเข้าร่วมเป็นเครือข่ายสิงห์อาสานานาชาติจะเป็นแกนนำในการนำความช่วยเหลือผ่านเครือข่ายสิงห์อาสาเพื่อนำความช่วยเหลือกลับไปในประเทศของตนเอง โดยสิงห์อาสาจะร่วมกับเครือข่ายสิงห์อาสานานาชาติเดินทางข้ามประเทศไปมอบเสื้อกันหนาวครั้งละหลายพันตัวเพื่อคืนความอบอุ่นให้แก่ผู้ประสบภัย

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนแตกประเทศลาว

เมื่อกลางปี 2561 เหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยที่แขวงอัตตะปือ ประเทศลาวแตก เป็นเหตุการณ์วิกฤติที่สุดในรอบ 5 ปีของประเทศลาวส่งผลกระทบต่อพี่น้องชาวลาวกว่า 6,000 คน ระดับน้ำที่ท่วมสูงถึงหลังคาส่งผลให้ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงเขื่อนต้องหนีขึ้นที่สูงเป็นเหตุให้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและอาหาร สิงห์อาสาเครือข่ายสิงห์อาสานานาชาติและตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษจึงลงพื้นที่เพื่อนำน้ำดื่ม ข้าวสาร เสื้อชูชีพและกระเป๋ากันน้ำไปมอบให้ผู้ประสบภัยผ่านจุดรับบริจาคต่างๆ อาทิ ศูนย์จิตอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัย แขวงอัตตะปือ, ทีมกู้ภัยฮุก 31 ด่านช่องเม็ก, แผนกแถลงข่าววัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แขวงจำปาสัก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวลาวต่อไป

ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยประเทศเมียนมาร์

อุทกภัยครั้งใหญ่ในเขตอิรวดีของเมียนมาเมื่อปี 2558 นับเป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนหลายแสนครัวเรือน สิงห์อาสาและเครือข่ายสิงห์อาสานานาชาติจึงได้ร่วมกันลงพื้นที่มอบน้ำดื่มกว่า 2,000 แพ็ค บรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำแก่ผู้ประสบอุทกภัย

Group 5015@2x
มอบน้ำใจในเมืองบอสตัน

เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา นับเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการระบาดของโควิด-19 แม้จะเดินทางข้ามประเทศไปช่วยเหลือโดยตรงไม่ได้เนื่องจากการปิดประเทศ แต่เครือข่ายสิงห์อาสาชาวไทยในเมืองบอสตันก็ได้ลงพื้นที่นำหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือออกไปมอบให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองบอสตันและเมืองใกล้เคียงเป็นพลังน้ำใจที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤติ

ปณิธานแห่งการให้ เคียงข้างคนไทยสู้ “วิกฤติโควิด 19”

การแพร่ระบาดไปทั่วโลกของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 มันเป็นมหันตภัยด้านเชื้อโรคครั้ง ร้ายแรงที่เกิดขึ้น “ประเทศไทย” เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการ แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรงมาตั้งแต่เดือน มกราคม 2563 สร้างความเดือดร้อน ความยากลำบาก และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในหลากหลายมิติ

สิงห์อาสา มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ตลอดจน บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ในฐานะองค์กรที่มีเจตนารมณ์และปณิธานอันแน่วแน่ในการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องเสมอมา จึงได้ปฎิบัติหลากหลายภารกิจเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คนเพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปได้

สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์

มอบเงิน 50ล้าน สนับสนุนโรงพยาบาล

จำนวนผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทวีคูณนับตั้งแต่ต้นปี 2563 นำมาสู่ปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จึงมอบเงิน 50 ล้านบาท แก่โรงพยาบาลของรัฐที่เป็นด่านหน้าในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 26 แห่งทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลต่างๆ ที่รับหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านของการรักษาผู้ป่วยและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปช่วยเหลือทั้งในด้านของการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการรักษาชีวิตผู้ป่วย เช่น เครื่องช่วยหายใจ และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่จำเป็น

สนับสนุนการทำงานของแพทย์ และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ผ่านโครงการ “สิงห์อาสา” ทั่วประเทศ

มอบน้ำดื่มและข้าวรีทอร์ท

เมื่อบุคลากรทางการแพทย์มีภารกิจล้นมือจนแทบไม่มีเวลาดูแลตัวเอง สิงห์อาสาจึงเข้ามาเป็นฟันเฟือง ในการดูแลคุณภาพชีวิตของนักรบเสื้อกาวน์ ด้วยการนำ “อาหารพร้อมรับประทานจากร้านอาหารในเครือ ข้าวรีทอร์ท อาหารแช่แข็งพร้อมตู้แช่และน้ำดื่ม” ไปมอบให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อเป็นการดูแลอำนวยความสะดวกให้บุคลากรการแพทย์ทุกคนที่ปฏิบัติงานได้อิ่มท้องในแต่ละมื้อทุกวัน อีกทั้งยังนำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปเติมให้เต็มตู้อย่างต่อเนื่องเป็นการดูแลอำนวยความสะดวกให้บุคลากรการแพทย์ทุกคนที่ปฏิบัติงาน

จ้างงานสร้างรายได้

สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้คนจำนวนมากกลายเป็นคนตกงาน บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จึงได้มีนโยบายเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะปัญหาปากท้องให้ผู้ตกงานผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ เพื่อสร้างรายได้ผ่านการทำงานจิตอาสาดูแลท้องถิ่นของตนโดยจะมีการจ้างงานผ่าน 3 โครงการเร่งด่วน คือ โครงการสิงห์อาสาสู้ไฟป่า ครอบคลุม 10 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออก, โครงการสิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง ครอบคลุม 20 จังหวัดภาคอีสาน และโครงการสิงห์อาสาป้องกันน้ำท่วมครอบคลุม 7 จังหวัดภาคกลาง ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอาหารบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน ขณะเดียวกันยังเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาภัยพิบัติในพื้นที่ของตนเองอีกด้วย

สร้างงานสร้างอาชีพ

นอกจากโครงการจ้างงานสร้างรายได้ สิงห์อาสายังจัดโครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ ซึ่งเป็นโครงการการที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ใช้ศักยภาพของบริษัทในเครือทั้งหมดร่วมกับเครือข่ายของสิงห์อาสาทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ มหาวิทยาลัย, สถาบันอาชีวศึกษา, ศูนย์ภูมิปัญญาชาวบ้าน นำองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการสร้างอาชีพ เปิดคอร์สอบรมฟรีให้กับผู้ที่สนใจเพื่อนำทักษะความรู้ที่ได้ไปต่อยอดสร้างอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มทักษะอาชีพ ได้แก่ การอบรมทักษะวิชาชีพทางด้านอาหารสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก การอบรมทักษะวิชาชีพทางด้านงานช่าง การอบรมทักษะวิชาชีพทางด้านการเกษตร เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพมีองค์ความรู้ใหม่ๆ สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน

สิงห์ส่งกำลังใจดูแลบุคลากรทางการแพทย์
เส้นทางของภารกิจสิงห์อาสา จะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

เมื่อใดที่รอยยิ้มของคนในสังคมเริ่มจางหายสิงห์อาสาจะเดินหน้าเพื่อนำรอยยิ้มของทุกคนกลับมา

Contact Us

Have and inquery or feedbacks for us?
Fill out thee form below to contact our team.

    SINGHA-R-SA

    999 Thanon Samsen,
    Thanon Nakhon Chai Si, Dusit District, Bangkok 10300, Thailand

    Contact Us

    Have and inquery or feedbacks for us?
    Fill out thee form below to contact our team.